หัวซ้าย
นกน้อยทำรังแต่พอตัว   ไม่อยากจนจงอย่าเป็นหนี้  ( อย่าคิดมีบัตรเครดิต ถ้ายังไม่พร้อม  จะเจอดอกเบี้ยมหาโหด )
กลับหน้าแรก   ขอคำปรึกษาเป็นการส่วนตัว โดยตรงกับนักกฏหมาย
เมนต์หลัก
หัวซ้าย
นกน้อยทำรังแต่พอตัว   ไม่อยากจนจงอย่าเป็นหนี้  ( อย่าคิดมีบัตรเครดิต ถ้ายังไม่พร้อม  จะเจอดอกเบี้ยมหาโหด )
Language
สมาชิก VIP Login ที่นี่ค่ะ
User login
user
pwd


Counter Thailawyer

วิทยุปลดหนี้

maps.google.com
 
พันธมิตร & ผู้สนับสนุน

อุปกรณ์นักสืบ
(ขาย-ให้เช่า)
เจ้ากรรมนายเวร
เจ้ากรรมนายเวร
เวรกรรมแก้ไม่ได้
แต่หยุดเวรกรรมได้
คน10จำพวกคบไม่ได้
 Line
 ID: thailawyer.net
รับข่าวทางไลน์
line@ I
  iD:zbc0782
 
Welcome To  S Detective & lawyer Online
เปิดเผยความจริง  เพื่อให้เกิดความยุติธรรม
     
 

ปรับโครงสร้างหนี้,ประนีประนอมยอมความ,ประนอมหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

      มาตรา ๘๕๐ อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป้นคุ่สัญญาทั้งสองฝ่าย
  ระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่ง ซึ่งมีอยู่หรือจะมีข้อนั้นให้เสร็จไปด้วยตามยอมผ่อนผันให้แก่กัน

     มาตรา ๘๕๑ อันสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นถ้ามีได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่าง
  ใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป้นสำคัญ
 ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

         มาตรา ๘๔๒ ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ย่อมทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละ
 ฝ่ายได้ ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นว่าเป็น
 ของตน

   มีหลายท่านถามว่า "ปรับโครงสร้างหนี้ หรือประนีประนอมยอมความ ต่างกันอย่างใด" ทำไม่
 เจ้าหนี้จึงได้เปรียบ ไม่ยอมลดหนี้ให้เลย  เมื่อลูกหนี้ไม่มีเงินชำระเจ้าหนี้จะบอกว่า "เสนอ
 ทางช่วยเหลือโดยการให้ปรับโครงสร้างหนี้ ให้ผ่อนชำระขั้นต่ำโดยไม่คิดดอกเบี้ย และเวลา
 ไปศาลด้วยตัวเองเพื่อที่จะขอไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ ทนายเจ้าหนี้มักจะให้เราผ่อนชำระเดือน
 ละ ๑,๐๐๐ บาท ได้หนึ่งหรือสองปี(หนี้ตามฟ้องตั้ง ๕๐,๐๐๐ บาทได้) พอขาดผ่อนชำระแค่วัน
 เดียวถูกเจ้าหนี้อายัดเงินเดือนหรือยึดทรัพย์โดยไม่ฟังเสียงของลูกหนี้เลย แม้จะผ่อนต่อไป
 อีก"
 ทำให้ลูกหนี้เสียเปรียบเหมือนถูกหลอก  หลายคนจึงถามว่าการไปปรับโครงสร้างหนี้
 หรือทำประีนีประนอมในศาล จะมีผลแต่กันอย่างใดทางกฎหมาย ทั้งที่รูอยู่แล้วว่าลูกหนี้ไม่มี
 ทางจะใช้หนี้ได้

    ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับหลายท่านแสดงความสามารถอวดเก่งรู้กฎหมาย
  ไปตกหลุมพรางเจ้าหนี้ทั้งในศาลและนอกศาลโดยไม่คิดให้รอบครอบ มองแค่เรื่องใกล้ตัว
 ไม่มองให้ไกลๆ ไม่คิดหาทางแก้ไขปัญหาหนี้ระยะยาว "แค่ปัดสวะให้พ้นหน้าบ้านไปก่อน"
 ในที่สุดก็ถูกเจ้าหนี้อายัดเงินเดือนหรือยึดทรัพย์จนหมดตัว "สมน้ำหน้า เสียน้อยเสียยาก
 เสียมากเสียง่าย อวดเก่งรู้กฎหมายทั้งที่ไม่ได้เรียนจบกฎหมายเลย"
บ้างท่านพออ่านในเว็บ
 กฎหมายต่างๆ หรือได้รับคำแนะนำจากเว็บที่มีกระดานให้กำลังใจลูกหนี้ แสดงความคิดเห็น
 ว่าตัวเองไปศาล ต่อรองกับเจ้าหนี้ได้ขอผ่อนชำระเดือนละ ๑,๐๐๐ บาทตั้งสองปี เจ้าหนี้ยัง
 ยอมให้ผ่อนเลย  ในที่สุดพอถูกอายัดเงินเดือนก็ไม่พ้นเขียนมาถามและโทรมาถามให้ช่วย
 หาทางแก้ไขให้ มิฉะนั้นต้องถูกยึดทรัพย์หรืออายัดเงินจนหมดตัว

   เตือนลูกหนี้หลายท่านแล้วเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ หรือการประนีประนอมยอมความ
 ทั้งในศาลและนอกศาล   มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
 -  ในคดีอาญา อาจไม่ต้องติดคุก  หรืออาจทำให้ติดคุกเร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาศาล
 -  ในคดีแพ่ง อาจไม่ถูกยึดทรัพย์หรืออายึดเงินเดือน หรือถูกยึดทรัพย์และอายัดเงินเดือน
      เร็วขึ้นกว่าเดิม

     ดังนั้นการไม่จะปรับหรือไม่ปรับโครงสร้างหนี้หรือประนีประนอมยอมความ จึงมีทั้งข้อดี
  และข้อเสีย ขึ้นอยู่กับตัวผู้เป็นลูกหนี้และพฤติกรรมแห่งคดีหรือหนี้สิน  คนที่ไม่รู้กฎหมาย
 แม้จะเรียนจบด็อกเตอร์มาก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่า จะปรับโครงสร้างหนี้หรือประนี
 ประนอมยอมความหรือไม่   บางคนฟังคำพูดหวานๆของพวกโทรมาทวงหนี้ก็มั่นใจแล้วว่า
 เจ้าหนี้ไม่กล้าที่ยึดทรัพย์หรือเอาเข้าคุยแถมยังให้ผ่อนขั้นต่ำอีก จึงรีบลงชื่อและให้่ส่ง
 เอกสารเพื่อหวังว่าเจ้าหนี้จะให้โอกาสจริง   ลูกหนี้แบบนี้แหละที่พวกโทรมาทวงหนี้เรียกว่า
  " ลูกหนี้หน้าโง่ เห็นขี้นึกว่าขนมทองหยด รีบหยิบมากิน "
  (ขอโทษจริงๆที่ใช้คำพูดไม่
 สุภาพ) ภาษาทั่วไปเรียกพวกนี้ว่า "ไม่รู้แล้วอวดเก่ง เป็นหนี้แล้วอวดฉลาด" ในที่สุดก็ถูก
 ยึดทรัพย์หรืออายัดเงินเดือนหรือติดคุก

      โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเจ้าของกิจการ ห้างหุ้นส่วน บริษัท ที่กู้ยืมเงินธนาคารและมีบัตร
 เครดิตเป็นร้อยๆ ใบ ต้องใช้คำว่า "กบในกะลา ทำตัวยิ่งใหญ่ สุดท้ายก็กลายเป็นขี้ข้า"
 พวกนี้มักจะคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่เป็นเจ้าของบริษัทมีลูกน้องมากมายมีญาติเป็นข้าราชการ
 มีเพื่อเป็นตำรวจทหาร รู้จักผู้จัดการธนาคารให้เครดิตเิงินกู้ไม่มีวันหมด จบลืมไปว่า
 กฎหมายคือกฎหมาย เป็นหนี้ต้องใช้หนี้ จึงไม่รู้ว่าวิธีการที่จะพักการชำระหนี้หรือไม่ใช้หนี้
 ตามกฎหมายทำอย่างใด

   แต่ทั้งนี้ก็มีใช่ว่าลูกหนี้ที่หลวมตัวถูกหลอกให้ลงชื่อปรับโครงสร้างหนี้หรือประนีประนอม
  ยอมความไปแล้วจะไม่มีช่องทางแ้ไขเลย กฎหมายังเปิดช่องให้สามารถบอกเลิกสัญญา
 อัปยศนั้นได้

    ข้อดี   สำหรับผู้รู้กฎหมายที่จะหาทางแก้ไขให้ลูกหนี้ที่ไม่รู้กฎหมาย หรือลูกหนี้ที่รู้ประมวล
 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญา ทำให้ลูกหนี้ได้โอกาสทางกฎหมายพักการชำระหนี้
 ๑ ปีถึง ๑๐ ปี 
โดยไม่ต้องรอให้รัฐออกกฎหมายมาพักการชำระหนี้
   ข้อเสีย  สำหรับลูกหนี้ที่ไม่รู้กฎหมาย หรือรู้กฎหมายแต่รู้ไม่จริง หรือรู้ไม่ทั้งหมด(แค่งูๆปลาๆ)
 แต่อวดเก่งคิดว่าจบปริญญาด้านบัญชี ,สถาปัตย์,วิศวะ,แพทย์,ครู,ตำรวจ,ทหาร,ช่างต่างๆ ,โดย
 เฉพาะเจ้าของกิจการหรือเจ้าของบริษัท พวกนี้มักจะไม่ได้โอกาสทางกฎหมายเพราะความ
 อวดเก่งของตัวเอง 

  ลูกหนี้ควรรู้ว่า ถ้าไม่ปรับโครงสร้างหนี้หรือประนีประนอมยอมความลูกหนี้จะได้อะไร หรือ
 หากต้องการจะปรับโครงสร้างหนี้หรือประนีประนอมยอมความจะได้อะไร  อย่างไหนจะดีกว่า
 ผลที่จะได้เป็นอย่างใดดังนี้ .

  ข้อเสีย(ในคดีแพ่ง)    การปรับโครงสร้างหนี้ขอให้กลับไปอ่านเรื่องการประนีประนอม
   ยอมความ>>

      ส่วนผลที่ได้ของการปรับโครงสร้างหนี้ คือทำให้มูลหนี้ต่างๆ ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
 เช่น ดอกเบี้ย ,เบี้ยปรับ , ค่าธรรมเนียมการใช้เงิน , ค่าติดตาม และอื่นๆ ที่ลูกหนี้ไม่เคยรู้
 มาก่อนในสัญญาหนี้หรือในข้อตกลงที่เจ้าหนี้(ธนาคารหรือบัตรเครดิต)ไม่เคยแจ้งให้ลูกหนี้
 รู้มาก่อน ซึ่อจะเป็นการให้ลูกหนี้ฟ้องสัญญาไม่เป็นธรรมหรือสู้เจ้าหนี้ในศาล หรือเจ้าหนี้ขาด
 หลักฐานที่จะฟ้องลูกหนี้  เมื่อลูกหนี้ไปทำการลงชื่อในเอกสารปรับโครงสร้างหนี้หรือส่งเอก
 สารไปเพิ่มเข้าหลักมาตรา ๘๕๐,๘๕๑ ก็จะเข้าข้อกฎหมายมาตรา ๘๕๒ ทันที่ " ผลของ
 สัญญา ประนีประนอมยอมความนั้น ย่อมทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ ยอมสละนั้น
 ระงับสิ้นไป "
ทำให้สิทธิที่จะต่อสู้และ  เรียกร้องต่างๆ ที่มีอยู่เดินหมดไปทันที   และ
 ทำให้เจ้าหนี้ได้สิทธิใหม่ตามกฎหมายตามวรรคท้ายของมาตรา ๘๕๒ ทันที่เช่นกัน "และทำ  ให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญา นั้นว่าเป็นของตน"  โดยถือเอาสัญญาปรับโครง
  สร้างหนี้ ใหม่ที่สมบูรณ์มาฟ้องลูกหนี้ในศาล โดยลูกหนี้ไม่อาจจะสืบพยานเพื่อหักล้างพยาน
 เอกสารได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๙๔ " ขอสืบพยานบุคคลประ
 กอบข้ออ้างอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อได้นำ เอกสาร มาแสดงแล้ว"
 เรียกกันทั่วไปว่าจะสืบ
 พยานบุคคลว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ไม่ได้ (ศาลไม่รับฟังพยาน
 บุคคล เพื่อลบล้างพยานเอกสาร
)
     ดังนั้นในเอกสารสัญญาปรับโครงสร้างหนี้เขียนเอาไว้อย่างใด(ตัวเล็กๆ) ศาลต้องรับไว้
 เป็นพยานหลักฐานในคดี  ตัวลูกหนี้จะไปเถียงว่า สัญญานั้นไม่เป็นธรรมหรือไม่สมบูรณ์
 หรือถูกหลอกให้ลงชื่อหรือเป็นสัญญาปลอมในคดีนั้นไม่ได้ (นอกจากต้องไปฟ้องคดีอาญา
 ใหม
่)
    ท่านรองสังเกตดูพฤติกรรมเจ้าหนี้หรือพวกโทรมาทวงหนี้ เมื่อท่านปฏิเสธว่าไม่มี
 เงินชำระหนี้ โดยขอผ่อนผันไปอีก   พวกนี้ก็จะเสนอส่วนลดหนี้ให้ลูกหนี้โดยให้ปรับโครง
 สร้างหนี้เพื่อให้ลูกหนี้ได้ผ่อนหนี้น้อยลงและพักดอกเบี้ยเอาไว้ก่อนเช่น ลูกหนี้เป็นหนี้
 บัตรเรดิต ๕๐,๐๐๐ บาท ผ่อนชำระเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท เสนอให้ลูกหนี้ผ่อนเดือนละ
 ๒,๐๐๐ บาท โดยพักดอกเบี้ยของต้นเงิน๕๐,๐๐๐ บาท จนกว่าลูกหนี้จะผ่อนเงิน๕๐,๐๐๐
 บาทหมด ลูกหนี้หลายท่านทราบซึ่งในความมีเมตราของคนโทรมาทวงหนี้ที่ให้โอกาสลูก
 หนี้ เมื่อลูกหนี้ผ่อนต้นเงินหมดแล้วก็คิดว่าไม่ต้องชำระหนี้อีกแล้ว แต่พอติดต่อเจ้าหนี้
 หลังจากผ่อนหมดแล้วจึงรู้ว่าถูกหลอก เพราะต้องมีเงินค่าดอกเบี้ย ค่าค้างชำระ เบี้ยปรับ
 ค่าติดตาม และอื่นๆ อีก ๒๐,๐๐๐ - ๔๐,๐๐๐ บาทหรือมากกว่านั้น   ที่เป็นเช่นนี้เพราะ
 ลูกหนี้หลวมตัวเชื่อคำหวามๆ คิดว่า "การพักดอกเบี้ย คือการไม่คิดดอกเบี้ยอีก" แต่หา
 รู้ไหมว่า ทำให้ตัวเองเสียรู้ในทางกฎหมายแล้ว

      ข้อดี ในคดีแพ่งและอาญา และช่อทางแก้ไขสัญญาที่ได้ลงชื่อไปแล้ว การปรับหรือ
 ไม่ปรับ โครงสร้างหนี้หรือประนีประนอมยอมความ ที่ทำให้ลูกหนี้ไม่ต้องใช้หนี้หรือ
 ไม่ต้องติดคุก หรือพักการชำระหนี้ ๑-๑๐ ปี ขอสงวนสิทธิ์ไว้ให้ สมาชิกVIP , ลูกความ
 และผู้มีอุปการะคุณในส่วนของMamber  Vip เพราะท่านให้การ สนับสนุนเว็บ
 thailawyer.net ด้วยดีตลอดมาเพื่อให้ thailawyer.net อยู่ช่วยชาวบ้าน ตลอดไป
 สมาชิกทั่วไปท่านใดต้องการจะดูรายละเอียดข้อดีปรับโครงสร้างหนี้หรือประนีประ
 นอมยอมความ รวมคดีที่มีคำพิพากษาฎีกาแล้ว
ต้องรบกวนสมัคร สมาชิก VIP >>>>
 (ต้องถูกใจลูกหนี้ และเจ้าของกิจการที่ชอบใช้เช็ค และพวกชอบเด็กๆไม่ติดคุกแน่นอน) 

...... ข้อมูลที่ขอรับไป เป็นเพียงแนวทางคำพิพากษาฎีกา และหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  ผู้ที่ขอรับไปต้องนำไปปรับใช้กับเหตุกรณีที่เกิดขึ้นกับผู้ขอรับเอง .. ซึ่งสามารถนำไป
  เป็นแนวทาง ปรึกษานักฏฎหมาย ทนายความ ผู้รู้กฎหมาย .. เพื่อใช้ให้เกิดปรโยชน์
  สูงสุดต่อไป
      การปรับโครงสร้างหนี้และประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งและคดีอาญา   ถ้าตัว
  ลูกหนี้ไม่รู้กฎหมายจริงๆ ควรให้ทนายหรือนักกฎหมายที่ชำนาญจริงทำแทนจะดีกว่า
  มิฉะนั้นจะเข้าหลัก "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของกิจการ
  และลูกหนี้ที่จบปริญญาด้านอื่นไม่ใช่ด้านกฎหมาย แต่อวดทำเก่งรู้กฎหมายเพียงแค่อ่าน
  นิดๆหน่อยๆ ทำไปเจรจาก็บเจ้าหนี้หรือทนายเจ้าหนี้ ในที่สุดก็เหมือนกับ "ยิ่งแก้ยิ่งมัดแน่ขึ้น"
  ทำให้สิ้นเนื้อประดาตัวหรือล้มละลาย

จะทำอะไรขอให้ปรึกษาผู้รู้กฎหมายหรือทนายความปลอดภัยที่สุด
ยินดีให้คำปรึกษากับทุกคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เขียนข้อความได้ที่นี่ >>

 
 
 

ขณะนี้มีคน online อยู่ 113 ท่าน