ลูกหนี้
ถ้าไม่อยากเป็นลูกหนี้ จงอย่าคิดกู้ยืมเงินมาโดยเด็ดขาด " เห็นช้างขี้ อย่าขี้ตามช้าง " มีเงิน
เท่าไรก็ใช้เท่านั้น อย่าได้หลงเชื่อโฆษณาที่ให้กู้ยืมเงินทางสื่อต่างๆ ไมว่าจะเป็นบัตรเครดิต
เงินกู้ด่วน บัตรผ่อนของ สมาชิกหลายคนที่หลงเชื่อก็จะตกอยู่ในวังวนของหนี้สินไม่รู้จบ จะหา
ทางออกจากวังวนนี้ได้ยาก มีแต่จะตกต่ำลงไปเลื่อยๆ บางคนทำงานมีเงินเดือนเป็นหมื่นๆ ไม่
อาจใช้หนี้พวกนี้ได้หมด เพราะพวกเจ้าหนี้จะรู้ว่า เมื่อลูกหนี้มีเงินมากเงินเดือนสูงๆ ็ถือว่ามี
ศักยภาพทางการเงินดีจะพยายามยัดเยียดเงินให้เพิ่มอีกมากกว่าเดิม โดยใช้คำพูดล่อหลอก
ชักชวนต่างๆ นาๆ ในที่สุดลูกหนี้ก็ใช้เงินเกินตัว เพราะเห็นว่าเงินได้มาง่ายเครดิตดี มีเงิน
เดือนให้หัก สุดท้ายก็ตกเป็นหนี้ที่ใช้ไม่มีวันหมด
ถ้าจำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือเงินกู้ยืม หรือบัตรผ่อนสินค้า
ก็ขอให้หาทางออกทางกฎหมายเอาไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันตัวจะดีกว่า พอถึงเวลาไม่มีเงินใช้
หนี้จริงจะได้ไม่ต้องคิดฆ่าตัวตาย ( เพราะเวลาถูกทวงหนี้ พวกนี้มักจะไม่ไว้หน้าท่านเลย
พูดง่ายๆ คือ " ทวงพูดแบบสุนัขไม่รับประทาน " แถมทั้งขู่จะฟ้อง จะยึดทรัพย์ จะอายัดเงินเดือน )
ท่านที่เป็นหนี้และถูกทนายเจ้าหนี้บอกว่าให้ไปประนอมหนี้ และส่งสำเนาบัตรประชาชน
ไปให้ทนายความหรือเจ้าหนี้ จงระวังเอาไว้ให้ดีท่านอาจจะเสียเปรียบหรือเสียหายมากกว่าที่
ท่านเป็นหนี้อยู่ หรืออาจจะมีหนี้เพิ่มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว การที่ทนายเจ้าหนี้บอกให้ไปประนอมหนี้
ถ้าท่านไปแล้ว และทนายเจ้าหนี้ไม่สามารถ ที่จะรับข้อเสนอท่านได้ จงอย่าลงชื่อใดๆ ในเอกสาร
ที่ทนายเจ้าหนี้หรือพนักงานเจ้าหนี้เอามาให้ลงชื่อโดยเด็ดขาด ยังมีหนทางอีกมากที่ จะประนอม
หนี้กับเจ้าหนี้ ( ขอให้ไปดูเรื่องการประนอมหนี้ที่เราเขียนไว้ ) มีหลายท่านที่โทรมาปรึกษากับ
ผมก็แนะนำและชี้ช่องกฎหมายให้ แต่ก็ยังมีหลายคนไปโดนฝ่ายเจ้าหนี้หลอกเอาจนได้ ดังภาษิต
ที่ว่า " เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย " และหลายท่าน ที่ไม่เชื่อคำแนะนำของเราเห็นว่าไม่
สำคัญ ภาษิตที่ว่า " ไม่เห็นโลง ไม่หลั่งน้ำตา " คนรู้กฎหมายย่อมได้เปรียบคนไม่รู้กฎหมาย
นักกฎหมายของเจ้าหนี้จะไม่มีคำว่าปรานีลูกหนี้แม้แต่น้อย (เราเตือนท่านแล้วนะ ไม่ฟังก็
ไม่ว่ากัน)
ลูกหนี้ที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สินและต้องการให้ทนายความช่วย ขอให้ท่าน
พิจารณาตัวท่านเองด้วยว่ามีกำลังเพียงพอที่จะว่าจ้างหรือไม่ การที่ท่านเข้าไปในเว็บกฎหมาย
และเว็บที่ไม่มีนักกฎหมายประจำเว็บ และเขียนกระทู้ถามปัญหาต่างๆ ของท่าน และท่านก็มัก
จะถามถึงอัตราค่าจ้างว่าความ เพื่อเปรียบเทียบกับทนายความคนอื่นๆ ว่าจะจ้างทนายคนไหน
ที่ให้ราคาถูกๆ หรือว่าความให้ก่อนและเก็บเงินที่หลัง ขอให้คิดใหม่ควรเลือกดูผลงานและ
ความสามารถจะดีกว่า เว็บไหนที่ผู้ตอบกระทู้ตอบแบบเคยไปถามนักกฎหมายมาแล้วและเอา
มาเขียนเพื่อแสดงความอวดรู้กฎหมาย ขอให้พิจารณาด้วยบ้านครั้งเขาอาจจะบอกไม่หมด
เพราะผู้เขียนไม่รู้กฎหมายจริง แต่อยากมีเพื่อนมากกว่า
การจะหาทนายความที่รับคดีถูกๆ นั้นก็เป็นผลดีกับท่านและเป็นสิทธิท่านควรทำเพื่อ
ประหยัดค่าใช้จ่ายในขณะที่เป็นหนี้และกำลังจะหาทางแก้ไขอยู่ จึงขอเตือนไว้ว่า การที่ท่าน
พยายามหาทนายความถูกๆ ท่านอาจจะไม่ได้รายละเอียดของงานทางคดีมากนัก เพราะท่าน
มั่วแต่อยากคิดจะได้ราคาถูกๆ จนลืมนึกไปว่า ทนายที่ท่านจะว่าจ้างนั้น สามารถดำเนินการ
ให้ท่านตามวัตถุประสงค์ของท่านให้สำเร็จได้หรือไม่
โดยทั่วไปแล้วทนายความที่จะรับว่าความในปัจจุบันจะคิดค่าวิชาชีพว่าความประมาณ
๑๐,๐๐๐ บาท ( ขั้นต่ำ ) ส่วนค่าธรรมเนียนศาล และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ท่านจะต้องเป็นผู้ออกเอง
ส่วนใครจะคิดค่าวิชาชีพต่ำกว่านี้ก็อาจจะมีบ้าง แต่ข้อสำคัญที่สุดคือท่านต้องรู้ความคืบหน้า
ในคดีที่ท่านได้มอบให้ไปดำเนินการ ถ้าท่านจ้างทนายความและไม่รู้ความคืบหน้าในการ
ดำเนินการเลย เมื่อท่านแพ้คดีท่านอาจจะไม่รู้เลยว่าที่แพ้คดีนั้นเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด
และจะมีทางแก้ไขได้อย่างไร ถ้าเป็นเช่นนี้เท่ากับว่าท่านจ้างทนายความมาแล้วก็เหมือน
กับไม่ได้จ้างทนายความเลยเสียเงินไปฟรีๆ
ขอเตือนอีกอย่าง การตกลงว่าจ้างทนายความ ท่านควรตกลงให้เป็นสัญญาว่าจ้างให้ถูก
ต้อง และในการตกลงนั้นท่านต้องบอกกับทนายความด้วยว่า ให้ฟ้องคดีหรือต่อสู้คดีจนถึง
ศาลฎีกา หรือจนถึงที่สุดตามกฎหมาย ถ้าทนายความยอมตกลงตามที่คุณบอกนี้ ก็มอง
ได้ว่าทนายความผู้นั้นอาจมีหลักกฎหมายประจำใจ ( แต่อาจไม่เสมอไปก็ได้ ) อย่างน้อย
ท่านก็ยังมั่นใจได้ว่า คดีของท่านต้องสู้ถึงศาลฎีกาแน่นอน
ส่วนเรื่องที่จะทำสัญญาแบบไหนเพื่อให้ท่านรู้ว่า ทนายความที่ท่านว่าจ้างมานั้นดำเนิน
การอย่างไรไปบ้าง และทำอย่างไรให้ทนายความผู้นั้นต้องแจ้งผลดำเนินการให้ท่านทราบ
เองโดยที่ท่านไม่ต้องรอให้คดีเสร็จก่อน ให้ติดต่อเข้ามาที่นี่ จะมีแบบสัญญาว่าจ้างทนายความ
ดังนั้นท่านที่ต้องการหาทนายความและไปลงประกาศ หรือสอบถามเรื่องค่าว่าความก่อน
ขอแนะนำเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ เพราะทนายความ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าท่านมาเพรียงเพื่อสอบ
ราคาเพื่อนำไปเปรียบเทียบเท่านั้น ถ้าท่านเจอทนายหรือนักกฎหมายบางคนรู้ทันเขาจะ
เรียกค่าว่าความสู้เป็นหลักแสน นั่นหมายความว่าเขารู้ชั้นเชิงท่านแล้ว และไม่อยากที่จะรับ
ว่าความให้ท่าน ถ้าจะรับจริงๆ ท่านต้องมีเงินแสนจริงๆ ถึงจะรับ
นักกฎหมาย ทนายความ
สมาชิกหลายท่านโทรปรึกษานักกฎหมาย หรือทนายความ ในอินเตอร์เน็ตในหลายเว็บๆ
เวลาที่จะให้ทนายความดำเนินการ ทางกฎหมาย ขอให้พิจารณานักกฎหมายผู้นั้นให้ดีที่สุดเมื่อ
ตัดสินใจแล้วจงมอบความไว้ใจทนายความผู้นั้น
แต่จงระวัง ถ้าเว็บไหนที่มีทนายความหรือนักกฎหมายที่ตอบคำถามในเว็บที่ของตัวเอง
หรือส่งอีเมล์มา หรือโทรไปหาท่านสมาชิก โดยที่ท่านไม่ได้ติดต่อไปและเขาพูดเสนอตัวจะ
ดำเนินการให้กับท่านสมาชิกโดยไม่คิดค่าวิชาชีพใดๆ เพียงแต่ขอให้ท่านสมาชิกออกค่าใช้
จ่ายในการเดินทาง และค่าฤชาธรรมเนียมศาล ให้สันนิฐานไว้ก่อนว่าอาจมีอะไรๆ ซ่อนอยู่
ในใจทนายผู้นั้นก็ได้ เหตุผลเดียวคือ ตัวท่านสมาชิกไม่ได้ติดต่อไป แต่เขาเสนอตัวเข้ามา
ช่วยเองทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้ค่าเหนื่อยอะไร ( ค่าวิชาชีพ ) ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ ตามหลักวิชา
ชีพนักกฎหมาย หรือทนายความ . เพราะอยู่ดีๆ คนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจะมาช่วยให้ฟรีๆ
ดูตัวอย่างที่นี่จะได้ระวังตัวเอาไว้ ลักษณะแบบนี้ ในหมู่นักกฎหมายเรียกว่า " ค้าความ "
แสดงตัวเป็น "พ่อพระ แต่ในใจคิดจะเคลมไก่วัด" คือหาประโยชน์
ถ้าท่านเป็นผู้ติดต่อไปเองทุกครั้ง และสอบถามปัญหาของท่าน และข้อกฎหมายจนมั่นใจ
และก็ตกลงใจเองโดยไม่มีการชักจูงจากนักกฎหมาย หรือทนายความท่านนั้นต่อมานัก
กฎหมายหรือทนายความท่านนั้นติดต่อท่านเพื่อดำเนินการใดๆ ในส่วนที่ท่านตกลงแบบนี้
ไม่ถือว่าเป็นการ " ค้าความ " ไม่ผิดหลักวิชาชีพนักกฎหมาย
ทนายความเจ้าหนี้ที่ชอบทวงหนี้ ยึดทรัพย์ลูกหนี้ แบบที่ดำดิน ( ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย )
ชอบโทรไปขู่ลูกหนี้ที่ทำงาน (ลองไปฟังเสียงดอาจเป็นท่านก็ได้) ู ควรระวังตัวเอาไว้บ้างเพราะ
ท่านกำลังทำให้ลูกหนี้เดือนร้อน ถ้าเจอลูกหนี้ใจเด็ดหาทนายความมาย้อนเกร็ดท่านเมื่อใด
ตั๋วทนายความจะกระเด็น ( หมดอาชีพว่าความเชียวนะ ท่านก็รู้ดี เราก็รู้ดี ) และตัวเจ้าหนี้ที่
จ้างท่านจะเดือนร้อนตามไปด้วย ขอให้ทำตามกฎหมาย ทวงไม่ได้ก็บอกเจ้าหนี้ให้ไปฟ้องคดี
อย่าพยายามใช้วิธีนอกกฎหมาย ถ้าโดยแล้วจะเสียเงินเสียเวลา
ไม่เคยเป็นลูกหนี้
จงอย่าคิดที่จะเป็นลูกหนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อ ที่อนุมัติเงินง่ายๆ ตามที่พวกนี้โฆษณา
ทางสื่อโฆษณาต่างๆ เป็นอันขาด ถ้าขืนเชื่อและทำเรื่องขอบัตรเครดิต หรือขอสินเชื่อเมื่อไร
ถือได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่เริ่มต้นจะมีความทุกข์ จะมีคนมาทวงหนี้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ดังที่
สมาชิกหลายท่านในกระดานข่าวกฎหมาย ๑ และกฎหมาย ๒ โดนมาแล้ว ทำงานได้เท่าไรก็
ใช้เท่านั้น มีเงินเหลือก็เอาไปฝากธนาคารเอาไว้กินต้อนแก่ หรือเอาไว้เป็นค่าเล่าเรียนลูกจะ
ดีกว่า ถ้าจะให้ดีก็ต้มมาม่ากินรับรองจะมีเงินใช้ในวันข้างหน้า
เจ้าหนี้
ส่วนใหญ่แล้วสถาบันการเงินต่างๆ บัตรเครดิต สินเชื่อ พยายามที่จะหาเงินฝากจากคนทั่วไป
แล้วเอาเงินที่ฝากนั้นมาปล่อยให้ผู้ประกอบธุรกิจกู้ยืม เพื่อให้ได้ส่วนต่างของดอกเบี้ยที่จะเป็น
ผลกำไร แต่ด้วยความหัวใสของนักธุรกิจต่างชาติ รวมหัวกับพวกเศษรฐีเห็นแก่ได้ และนัก
กฎหมาย จะทำธุรกิจการเงินที่ เรียกว่า " งูกินหาง " หรือที่รู้จักกับทัวไปว่า (เครดิต หรือบัตร
เครดิต ) คือให้คนทั่วไปกู้ยืมเงินแบบง่ายๆ โดยแบ่งเป็นหลายระดับ
ระดับ ๑ จะให้กู้ยืม ( เครดิต ) จำนวนไม่มากเพื่อดูว่าผู้ที่รับเครดิตมีศักยภาพในการใช้คืน
หรือไม่ ถ้ามีการใช้คืนดี ก็จะเพิ่มวงเงินให้อีก
ระดับ ๒ จะเพิ่มวงเงินให้มากกว่าระดับแรกเป็นสอง หรือสามเท่าตัว และดูว่าผู้ที่รับเครดิตมี
ศักยภาพ ในการใช้คืนหรือไม่ ถ้ามีการใช้คืนเงินดี ก็จะเพิ่มวงเงินให้อีก
ระดับ ๓ จะเพิ่มวงเงินให้มากกว่าระดับแรกเป็นสอง หรือสามเท่าตัว และดูว่าผู้ที่รับเครดิตมี
ศักยภาพในการใช้คืนหรือไม่ ถ้ามีการใช้คืนเงินดี ก็จะเพิ่มวงเงินให้อีก แต่ถ้าดู
แล้วว่าการส่งคืนเงินนั้นเริ่มติดขัด ( ส่งคืนบ้าง ไม่ส่งคืนบาง ) ก็จะระงับเครดิต
วิธีระงับเครดิตจะเริ่มโดยบอกกับลูกหนี้ว่า " ช่วงนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ ลูกหนี้ใช้เงินคืนครบ
เต็มจำนวน ก็จะได้รับเครดิตใหม่เพิ่ม ขอให้ลูกหนี้รีบชำระเงินเดิม เพื่อที่จะรับโปรโมชั่นใหม่
ถ้าลูกหนี้หาเงินมาใช้หนี้เดิมได้หมด ก็จะได้โปรโมชั่นใหม่ไป ถ้าหาเงินมาใช้ไม่ได้ก็จะหยุด
เครดิตทันที่ " การออกโปรโมชั่นใหม่ของสถาบันการเงิน หรือบัตรเครดิต หรือระบบโทรศัพท์
จะมีอุบายซ่อนอยู่เสมอ เรียกง่ายๆว่าได้อย่างหนึ่ง ก็ต้องเสียอีกอย่างหนึ่ง "
เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบก็เช่นกัน จะมีวิธีการโกงแบบหน้าด้านๆ คือเอาสัญญากู้ยืมที่หาซื้อได้
ทั่วไปมาให้ผู้กู้ลงชื่ออย่างเดียวแต่ยังไม่ได้ กรอกตัวเลขยอดเงินที่กู้หรือข้อความใดๆ ( เจ้าหนี้
จงระวังเอาไว้คุกจะมาเยือนถึงที่บ้าน และทนายความที่รับฟ้องคดีให้พวกเจ้าหนี้แบบนี้ ถ้าไม่
เก่งจริงๆ จงระวังตั๋วว่าความจะกระเด็น และติดคุกอีกต่างหาก )
ขอเตือนเจ้าหนี้เอาไว้ อย่าทนงตัวคิดว่ามีเงิน มีความรู้ มีทนายความ แล้วจะได้เปรียบคนอื่น
เสมอไป กฎหมายยังมีตาที่จะไม่ให้พวกท่านโกงคนอื่นได้ง่ายๆ ถ้าลูกหนี้ยกเอาหลักกฎหมาย
ที่ได้เปรียบเจ้าหนี้ขึ้นมาสู้บ้าง ก็จงยอมรับเสียโดยดีว่า ตัวเองไม่ได้เก่งไปเสียทุกเรื่อง ทนาย
คู่ใจท่านก็เหมือนเหลือบเกาะกินเลือดท่าน
ผู้มีเงิน มีอำนาจ มีบารมี
ถ้าผู้ใดมีสามสิ่งนี้อยู่ในตัว ผู้นั้นก็ได้ชื่อว่าขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตหรือธุรกิจ ไม่มีใครหรือ
กฎหมายใดๆ ที่จะเอาผิดทางกฎหมายได้ (เงิน บารมี อำนาจ) นี้ไม่ใช่ว่าจะมีกันได้ทุกคน
เพราะทั้งสามสิ่งนี้ มีทั้งคุณทั้งโทษอยู่ในตัว จึงขอเตือนทุกท่านไว้เพื่อไม่ให้หลงอยู่ในวังวน
สามอำนาจนี้ อำนาจทั้งสามนี้ไม่มีผู้ใดถือเอาไว้ได้ตลอดชีวิตหมดสามสิ่งนี้เมื่อไร ชีวิตครอบ
ครัวความสุขที่เคยมีก็หมดความหมายตามไปด้วย
จากประสบการณ์ที่พบปะพูดคุยหรือให้ความช่วยเหลือสมาชิกหลายร้อยท่าน ผมจะขอเตือน
ทุกคนให้รู้ว่า " ช่องว่างของกฎหมายถ้าใช้ไม่ถูกวิธีก็เป็นโทษกับผู้ใช้อย่ามหัน ถ้าใช้ให้ถูกวิธีก็
เป็นคุณอนันต์ " คนที่คดิว่าตัวเองมีทั้งสามสิ่งอยู่ในตัวเมื่อ เมื่อนั้นความทุกข์จะเข้ามาเยือน
ไม่ว่าท่านจะเป็นนักธุรกิจ นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า มหาโจร เงินไม่ใช่ท่านให้มีความ
สุขที่แท้จริง อำนาจไม่ช่วยให้ท่านเป้นผู้ยิ่งใหญ่ บารมีไม่ช่วยให้ท่านเป็นเทวดาไปได้
สามอำนาจนี้มารวมกันเมื่อใดความวิบัติจะมาเยือนท่านและครอวครับ "ไม่เชื่อและคอยดู"
กฎหมาย
เป็นสิ่งกำหนดกฎกติกาการอยู่ร่วมกันในสั่งคมนี้ แต่ผู้ออกกฎหมายไม่สามารถที่จะกำหนด
บทบัญญัติให้ตายตัวได้ เพราะการพิสูจน์ความจริง หรือความผิดนั้นมีข้อจำกัดที่ทำได้อยาก
แต่ผู้ออกกฎหมายมาใช้บังคับมีจุดประสงค์เพื่อไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบในสังคมนี้ นักกฎ
หมายทั้งหลายจึงมองว่า " กฎหมายมีสองด้าน มีทั้งด้านดี และด้านไม่ดี ขึ้นอยู่กับที่จะเอากฎหมาย
ไปใช้ใน ด้านไหนเท่านั้น ใช้ดีก็เป็นคุณ ใช้ไม่ดีไม่ถูกต้อง ก็เป็นโทษ "
ผู้ที่เข้ามาศึกษาหาความรู้ใน S detective & lawter หรือในเว็บกฎหมายอื่นๆ หรือโทรปรึกษา
ก็ตาม ขอให้รู้ว่าขั้นตอนและกระบวนการของกฎหมายนั้น ผู้ใช้ต้องเรียนรู้กฎหมายมาพอสมควร
หรือจบทางนิติศาสตร์มาบ้างถึงจะเข้าใจและนำไปใช้ให้เกิดผลได้ แต่ถ้าผู้นำไปใช้รู้เพียง
เฉพาะปัญหาของท่านจะแก้ไขอย่างไร ก็ขอให้แก้ไขเฉพาะปัญหานั้น หรือทางที่ดีที่สุดควรให้นัก
กฎหมายที่ท่านปรึกษา เป็นผู้ดำเนินการให้จะดีที่สุด " ใครรู้กฎหมายมากและใช้ให้เป็นประโยชน์
ก็ย่อมได้เปรียบคนที่รู้กฎหมายน้อย "
นักสืบ
ถ้าท่านคิดว่าทนายความมีความหมาย ขอให้เข้าไปดูที่นี่ และจะรู้ว่าคดีที่สำเร็จนั้นเกิดจากทนาย
ความหรือนักสืบ กระบวนการในศาลกับกระบวนการนอกศาลมีความแตกต่างกันมา ถ้าใครคิด
ว่าทนายที่ว่าความในศาลเก่งกว่านักสืบที่หาพยานหลักฐานก็ขอให้จ้างทนายคนนั้นและบูชาเขาให้
ยิ่งใหญ่กว่าเทวดา
ทุกคดีถ้าไม่มีพยานหลักฐานให้ศาลรับฟังได้ รับรองล้านเปอร็เซ็นแพ้คดีแน่นอน ลองไปฟ้อง
คดีชนะกันด้วยพยานหลักฐานแบบนี้ (ลองไปฟังเป็นตัวอย่าง) >>>>
เสียงที่ท่านฟังนั้นเป็นฝีมือนักสืบที่บุกเข้าไปถึงถิ่นเจ้าหนี้ โดยใช้หลักว่า " ไม่เข้าถ้ำเสือ แล้วจะ
ได้ลูกเสือ " ทนายที่ร่วมทีมของผมยังไม่กล้าทำเลย แต่พอให้ยินเสียงเจ้าหนี้ยอมรับในเทปเท่านั้น
ทนายบอกได้เต็มปากว่า " พี่ครับคดีนี้ชนะแน่นอนล้านเปอร์เซ็น " ถ้าท่านฟังแล้วคิดว่าคดีนี้แพ้
ขอบอกได้อย่างเต็มปากว่าท่านต้องหูตึงแน่นอน
นักธุรกิจ
ไม่ว่าท่านจะเป็นนักธุรกิจใหญ่โตแค่ไหนมีเงินมากเพียงใด ถ้าท่านยังเป็นหนี้ธนาคารอยู่
เพราะกู้เงินมาบริหารธุรกิจ จงระลึกอยู่เสมอว่าท่านจะเป็นยาจกตกยากสักวันแน่นอน . จงหา
ทางป้องกันทางกฎหมายเอาไว้แต่บัดนี้มิฉะนั้นจะไม่มีทางป้องกันได้ เตียมตัวเอาไว้แต่วันนี้
ไม่สายนะ จงอย่าคิดว่าทุกวันนี้ทำธุรกิจมีเงินเป็นล้านๆ ไม่มีวันจนลงได้ " สักวันน้ำตาจะเช็ด
หัวเข่า "
นายจ้าง
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ เจ้าของบริษัทหรือกิจการค้าขาย หัวหน้าหน่วยงานราชการ ที่ชอบ
เอาพนักงานบัญชี พนักงานการเงิน เลขานุการ เป็นภริยาน้อย โดยเสนอตำแหน่งและเงิน
เดือนสูงๆ ให้ จงระวังเอาไว้นะ ถ้าพนักงานผู้นั้นมาปรึกษาเราเมื่อไร รับรองได้ว่าคุกอาจ
มาเยือนถึงที่บ้านและที่ทำงานได้ และอาจต้องเสียเงินเป็นแสนๆ หรือล้านๆ ให้กับพนักงานผู้นั้น
เพราะว่าสักวันหนึ่ง นายจ้างเหล่านี้ก็จะพยามบีบให้ลูกจ้าหรือพนักงานที่เอาเป็นภริยาน้อยออก
จากงานโดยใช้กลอุบายต่างๆ
ลูกจ้าง พนักงาน ที่ยอมเป็นภริยาน้อย
โดยส่วนใหญ่แล้ว พนักงานบริษัทที่หน้าตาดี รูปร่างสวย ย่อมเป็นที่ต้องการของเจ้าของบริษัท
( เฉพาะบางที่เท่านั้น ) ผู้บริหารมักจะเสนอในสิ่งที่หลายคนไม่อาจปฏิเสธได้ เช่น เงินเดือนสูง บ้าน
รถยนต์ หรือไปเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะให้เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการ และช่วยออกหน้าบริหาร
โดยมอบตำแหน่งสูง จงระวังเอาไว้ให้ดีนะ ไม่ใช่แค่เสียตัวให้ร่วมเพศเท่านั้น อาจจะเสียอนาคต
เป็นหนี้เป็นสินโดยไม่รู้ตัว ถ้าคุณถูกบีบให้ออกยังไม่พอ แถมยังไม่มีอะไรติดตัวไปอีกด้วย แม้แต่
บ้าน หรือรถยนต์ ( มีดารานางแบบเป็นข่าวแล้วนะ )
ถ้าคุณเป็นภริยาน้อยอยู่จงหาทางดำเนินการป้องกันเอาไว้เสียแต่เนินๆ มิฉะนั้นจะนั่งน้ำตาตก
โดยที่ไม่มีใครช่วยได้ เพราะตอนที่คุณมีประโยชน์ คุณก็จะได้ทุกอย่าง เงินเดือน ฐานะความเป็นอยู่
ความมีหน้ามีตา แต่ตอนหมดประโยชน์คุณจะเหมือนกับลูกแมวข้างทางที่ไม่มีใครสนใจ เตียมตัว
ไว้เสียแต่วันนี้จะได้มีอานาคตที่ดีในวันหน้า ไม่ต้องเสียรู้เจ้าของกิจการ
นายธนาคาร & สถาบันการเงิน
" เหนือฟ้า . ยังมีฟ้า " ธนาคารจะมีระบบกู้ยืมเงินตามที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้วขอเพียงท่านให้
โอกาศลูกหนี้ได้ลืมตาอ้าปากในยามที่เกิดวิฤติทางธุรกิจหรือส่วนตัว ลูกหนี้ทุกคนไม่มีคนไหนไม่
อยากจะใช้หนี้ที่กู้ยืมมา แต่ถ้าท่านเห็นว่าต้องเอากฎหมายมาบังคับลูกหนี้ให้ชำระหนี้ จงระวังให้ดี
ลูกหนี้ลุกขึ้นมาต่อสู้เจ้าหนี้เมื่อไร ท่านอาจสูณเงินที่ให้กู้นั้นก็ได้ สถาบันการเงินที่เที่ยวโฆษณา
ให้คนมาใช้บัตรเครดิตเมื่อผู้ใช้บัตรเครดิตไม่ชำระเงิน ก็จะให้พนักงานหรือสำนักกฎหมายโทร
ทวงหนี้ หรือใช้วิธีทวงหนี้ที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก ( ทวงแบบชอบขู่ถึงที่ทำงาน) ก็จงระวังเอาไว้เช่นกัน
อย่าเชื่อพวกรับจ้างทวงหนี้มาก ความเดือดร้อนจะมาถึง ( เสียทั้งชื่อเสียง สถาบันการเงิน และชื่อ
เสียงส่วนตัว อาจจะต้องเป็นหนี้ลูกหนี้ตัวเองก็ได้นะ ) " เหนือฟ้า ยังมีฟ้า " ท่านอย่าคคิดว่าคงไม่มี
ลูกหนี้หน้าไหนกล้าพอที่จะจ้างทนายความมาสู้คดีกับท่าน ( สุนัขจนตรอก มันยังสู้ ) ลูกหนี้หน้ามืด
ลุกขึ้นสู้เมื่อไรแล้วจะรู้สึก ( เอาเงินมากองแทบไม่มีความหมายเลยท่านนายแบงค์ทั้งหลาย )
ทนายความ
จงให้เกียรติทนายความและนักกฎหมายทุกคนที่ท่านไปปรึกษา เพราะเขาอาจช่วยท่านให้พ้น
ทุกข์พ้นปัญหาพ้นหนี้สินได้ ซึ่งเป็นทางรอดทางเดียวที่คุณจะหาได้ นักกฎหมาย ทนายความต่าง
เรียนรู้กฎหมายมาด้วยความยาก และจะต้องหาประสบการณ์เป็นเวลาหลายปีกว่าจะช่ำชองชำนาญ
และคดีทางกฎหมายก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวเท่านนั้น นักกฎหมาย หรือทนายความ ไม่มีส่วนได้เสีย
ด้วย เพียงแต่มีส่วนที่จะช่วยให้ท่านรอดพ้นวิกฤิตในกระบวนการของกฎหมายได้ "หรืออาจจะไม่
รอดก็ได้ถ้าเจดมือใหม่หัดขับ"
เมื่อท่านมีปัญหากฎหมายควรไปปรึกษากับนักกฎหมาย หรือทนายความจะดีที่สุด ( สำนักกฎ
หมายที่ไหนก็ได้ ) แต่อย่าไปปรึกษาพวกทาแนะ หรือคนทางเจ้า เสด็จพ่อ เสด็จแม่ เสด็จปู่ หรือ
พวกที่แสดงอวดรู้อวดในกระดานถามตอบทั่วไป และไม่ได้จบนิติศาสตร์โดยเด็ดขาด มีแต่จะเสีย
เงินฟรี และเสียเวลาโดยใช่เหตุ
สิ่งที่ท่านควรรู้คือ ทนายความมีอำนาจในกระบวนการยุติธรรม เหมือนและเหนือพนักงาน
สอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะพนักงานสอบสวนหรือตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่สามารถว่า
ความเองได้ (จะมีก็แต่เฉพาะที่กฎหมานรับรองให้ ซึ่งก็น้อยมา ) ส่วนใหญแล้วจะให้อัยการเป็น
ผู้ฟ้องเอง ดังนั้นทนายความก็อยู่ในระดับเดียวในกระบวนการยุติธรรม คือ ผู้พิพากษา อัยการ
ทนายความ ส่วนตำรวจหรือพนักงานสอบสวนมีหน้าเพียงสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลัก
ฐานในคดีเสนออัยการสั่งหรือฟ้องเท่านั้น
. ดังนั้นทนายความ คือผู้ที่ท่านไว้ใจได้ดีที่สุด ในยามที่ไม่สามารถพึ่งตำรวจในกระบวนการ
ทางกฎหมายได้
ผู้ที่เป็นนักกฎหมายหรือทนายความเจ้าของสำนักงานควรที่จะต้องดำเนินการงานให้กับลูกความ
ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตามหลักพระราชบัญญัติทนายความ และทนายความที่รับว่าความ
หรือ เป็นทนายขอแรงศาล(บางท่าน)ที่ประพฤติตนไปในทางที่ไม่ถูกต้อง ตามหน้าที่และหลักวิชาชีพ
ควรระวังไว้เช่นกัน ไม่ใช่แค่ตั๋วว่าความกระเด็นเท่านั้น แต่คุกอาจมาเยือนถึงที่บ้านได้ทุกเวลา
( มีหลายท่านโดนมาแล้ว " ผมมีหมายจับทนายความจอมโกงอยู่ " ว่างๆ มาดูว่าใช่ตัวท่านหรือเปล่า
จึงขอเตือนทนายความและนักกฎหมายเหล่านั้น )
ข้าราชการ
อย่าคิดว่า " รับราชการแล้วจะไม่มีใครทำอะไรได้ " เดี๋ยวนี้สภาพการต่างออกไปจากเมื่ออดีต
ที่ " ข้าราชการ เป็นใหญ่กว่าราษฎร " พวกที่คิดว่ารับราชการตำแหน่งใหญ่โต มีลูกน้องมากมาย
มีเพื่อนฝูงญาติพี่น้องเป็นทนาย อัยการ ผู้พิพากษา ตำรวจ ทหาร นักการเมือง นักเลง มือปืน คิดที่
จะคอรัปชั่นกินบ้านโกงเมือง ขอเตือนเอาไว้ว่าเงินที่โกงกินมานั้น สักวันเงินนั้นจะย้อนกลับมา
ลงโทษตัวเองและครอบครัว ใครที่ชอบอ้างว่า " เงินเดือนข้าราชการน้อย ไม่พอกิน " คนที่อ้าง
แบบนี้ผมมองว่าเป็นที่ชอบรีดไถ คอรัปชั่น โกงบ้านกินเมือง ที่ผมพูดได้เต็มปากแบบนี้ เพราะ
เมื่ออดีตผมก็รับราชการมาก่อน เงินเดือนสมันนั้ ๙๐๐ บาท ยังพอใช้ได้ตลอกทั้งเดือน (ถ้าไม่
เที่ยว ไม่ดื่มสุรา ไม่เล่นการพนัน) สมัยนั้นค่าเงินไม่ต่างกับปัจจุบันนี้ ข้าวของก็แพงตามยุก
ตามสมัย ดังนั้นถ้าใครมาอ้างว่า " เงินเดือน ข้าราชการน้อย ไม่พอกิน " ผมถือว่าคนที่พูดเช่น
นั้นไม่ใช่คนดีที่จะรับราชการต่อไป ถ้ารัฐบาลเชื่อผมจัดให้มีสถานที่หนึ่ง (เป็นเกาะห่างไกล)
ถ้าข้าราชการคนไหน ถูกจับได้ว่าคอรับชั่นให้ย้ายไปอยู่ที่เกาะนั้น จนว่าจะได้สอบสวนเรื่องเสร็จ
ในระหว่างอยู่ที่เกาะก็ยังได้รับเงินเดือนเหมือนเดิม ถ้าให้ย้ายไปและไม่ยอมไปก็ให้ไล่ออกไป
เลย ถ้าทำแบบนี้ได้รับรองได้ว่า " คอรัปชั่นในวงราชการจะลดลงทันที่ " วิธีนี้เรียกว่า " แยก
คนชั่ว ออกจากคนดี " ไม่ผิดรัฐธรรมนูนเรื่องสิทธิและ เสรีภาพของบุคคลด้วย ไม่รู้ว่าทำไม
รัฐบาลกี่ยุคกี่สมัยไม่มีใครคิดทำแบบนี้บ้าง อาจจะเป็นเพราะว่า ถ้าขาดข้าราชการที่คอรัปชั่น
ก็จะขาดฐานอำนาจ หรือฐานเสียงก็เป็นไปได้
ผมเคยรับราชการ มาแล้วย่อมเข้าใจดีว่า " จุดอ่อนของพวกที่คอรัปชั่นอยู่ตรงไหน " ถ้าเอา
จุดอ่อนนั้นมาใช่ให้เกิดประโยชน์กับประเทศและประชาชนแล้ว บ้านเมืองเราจะมีแต่คนดีมี
คุณธรรม สังคมก็จะพึ่งพาอาศัยกันได้ .. การพนัน . ยาเสพติด . เด็กซิ่ง . นักเลง . โจร . ข่มชืน
รีดไถ . ซ่อง . โสเภณี . อื่นๆ ก็จะหมดไปจากสังคม ( คนที่ต้องการรับราชยังมีอีกมาก ถ้ามั่วแต่
เอาพวกเอาพ้องเหมือนทุกวันนี้ ก็ไม่มีทางแก้ปัญหาหลักของบ้านเมืองและสังคมนี้ได้ จะมัว
ไปง้อพวกข้าราชการขี้โกงนี้อยู่ทำไม )
ข้าราชการที่แท้จริงคือ " ผู้พิทักษ์และรับใช้ประชาชน " ไม่ใช่ผู้ที่หารายได้บนกองทุกข์ของ
ประชาชน ขอให้อยู่สำนึกไว้เสมอ สักวันหนึ่งผู้ที่อยู่สวรรค์เบื้องบนจะส่งคนมาปราบพวกข้า
ราชการเลวๆ ทุกระดับ
นักการเมือง
ผู้ที่จะเป็นนักการเมืองที่ดีจะต้องไม่คิดหาผลประโยชน์ให้ตัวเองหรือพวกพ้อง ต้องไม่คอรัปชั่น
และต้องกำจัดพวกคอรัปชั่น ไม่เอาข้าราชการที่ทำงานแรกกับตำแหน่งที่สูงขึ้นมาทำงานด้วย
หากนักการเมืองก่อนเข้ามาทำหน้าที่แบบซื้อเสียงหรือเข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์ สักวันสวรรค์
เบื้องบนจะส่งคนลงโทษทั้งครอบครัว
ผู้มีอิทธิพล
นักการเมือง นักธุรกิจ คนค้าขาย ข้าราชการ (ไม่ว่าจะสีไหน) ที่ทำตัวเป็นนักเลง เอาเปรียบผู้อื่น
เห็นแก่ได้เห็นแก่ได้ มีคนกำลังจองมองพวก ท่านอยู่ ถึงวันนั้นเมื่อไรแล้วจะรู้ว่าสิ่งที่ท่านทำให้คน
อื่นเดือดร้อนทั้งครอบครัว และตัวเองเดือดร้องทั้งครับครัวบางจะไปโทษกฎหมายไม่ให้ความเป็น
ธรรมไม่ช่วยเหลือคนเดือดร้อน ( ก็ตัวท่านเอง เวลาทำให้คนอื่นเดือดร้อนยังไม่คิดถึงกฎหมายเลย
พยายามอยู่เหนือกฎหมาย มาตลอด )
" เกลือจิ้มเกลือ " เมื่อพวกท่านเป็นผู้มีอิทธิพลอยากอยู่เหนือกฎหมาย ผู้ที่จะมาปราบท่านก็จะอยู่
เหนือกฎหมาย อยู่เหนืออำนาจอิทธิพลกว่าผู้มีอิทธิพลและไม่กลัวใครหน้าไหน เมื่อคนผู้นี้มาถึงตัว
เมื่อไรคำว่า เจ้าพ่อ มาเฟีย ข้าราชการ นักเลง เด็กเส้น จะไม่มีให้เห็นอีกต่อไป จะเป็นเพียงตำนาน
ให้ญาติพี่น้องเท่านั้น
ธุรโกง
ไม่วาจะเป็น บริษัท , บริษัท ( มหาชน) , ห้างหุ้าส่วน ( จำกัด ไม่จำกัด ) , กิจการร่วมค้า , ห้างร้าน
ต่างๆ ถ้าท่านเป็นเจ้าของ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น เพรียงท่านโกงค่าแรงงานหรือกดค่าแรงงาน หรือไม่
จ่ายเงินล่วงเวลาจ้างแรงงาน เท่านี้ก็เห็นได้แล้วว่า ตั้งใจที่จะโกงบ้านโกงเมืองโกงภาษี และถ้ามีช่อง
โกงจนร่ำรวย เพราะขนาดคนทำงานที่เป็นมือเป็นท้างช่วยหาเงินแท้ๆ ็ยังโกงเอาได้แม้เงิน เล็กๆ
น้อยๆ นับประสาอะไรกับการที่จะไม่ไปโกงคนอื่น
และโดยเฉพาะพวกเจ้าของธุรกิจ หรือกิจการที่ชอบเอาลูกจ้าง (ร่วมเพศ) พวนนี้ถือว่าสุดยอดของ
ความโกง ไม่ใช่แค่โกงเอาเงินเท่านั้นมันยังเอาลูกจ้าง (หาความสุขทางเพศ) สักวันคุกจะมาเยือนถึง
ที่นอน ผู้ไม่มีชื่อ
สักวันเมื่อผู้ใหญ่รู้แจ้งเห็นจริงว่าคนที่อยู่รอบตัวที่ส่งยิ้ม ส่งส่วย ส่งความสบายให้ เป็นพวกที่
เห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว เป็นโจร ที่คอยดัก ปล้น ดักหาทางเอาเปรียบคนส่วนรวมเมื่อใด เมื่อนั้นผู้
ที่ไม่มีชื่อจะเกิดและถูกส่งมาเพื่อทำให้สังคมนี้ดีขึ้น
เมื่อใกล้จะถึงวันสุดท้ายแห่งความเป็นหนึ่ง เขาจะรู้ว่าเงินทองที่ได้จากพวกที่เอามาให้ และเก็บ
เอาไว้ให้ลูกหลาน เป็นเงินที่คนได้รับทุกข์สาบแช่เอา วันนั้นแหละเป็นวันที่รู้แจ้งเห็นจริง
" ผู้ไม่มีชื่อ " จะมาเพื่อจัดการกับพวกโกงกินประเทศ ข้าราชการเลวๆ นักธุรกิจชั่วๆ ผู้มีอิทธิพล
มาเฟีย นักเลง พร้อมทั้งครอบครัวแบบตัดรากถอนโคน พร้อมยึดทรัพย์ที่ได้เอามาเป็นของแผ่นดิน
ข้อความนี้ผู้ที่จะเข้าใจได้แท้จริง คือผู้ที่จะเป็นผู้สร้าง " ผู้ไม่มีชื่อ " เท่านั้น ขอให้ทุกท่านอดใจ
รอสักนิด วันนั้นจะต้องมีแน่นอนไม่นานเท่าใด
|