Welcome To  S Detective & lawyer Online
เปิดเผยความจริง  เพื่อให้เกิดความยุติธรรม

ล่วงละเมิดทางเพศ (ข่มขืน - อนาจาร)

 ล่วงละเมิดทางเพศ ( ข่มขืน - อนาจาร ) เกิดจากความต้องการทางเพศของฝ่ายตรงข้าม
( โดยเฉพาะผู้ชาย )
  ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการกระทำที่ผู้ใหญ่ชอบร่วมเพศกับเด็กอายุระหว่าง
๑๐ - ๑๖ ปี
ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้หญิงหรือผู้ชาย

 ล่วงละเมิดทางเพศ ( ข่มขืน - อนาจาร ) มีทั้งข่มขืนผิดกฎหมาย  ข่มขืนถูกกฎหมาย  และกฎหมาย
ไม่สามารถเอาผิด ติดคุกได้  เราจะบอกให้รู้ทั้ง ๓ แบบ จะได้เอาไว้ป้องกันตัว  หรือผู้ที่ต้องการจะร่วม
เพศกับเด็กๆ จะได้เอาไปใช้ให้ถูกวิธี คุกจะได้ไม่ต้องมาเยือนถึงที่บ้าน

แบบที่ ๑

  ผู้หญิงเป็นเพศที่น่าสงสารที่สุด บางคนโดยถูกข่มขืนแล้ว ยังต้องถูกคนที่ข่มขืนอ้าวเป็นสามี (ผัว)
เพราะคำว่า" ได้เสียกันแล้ว " ทั้งๆที่ผู้หญิงไม่ได้รักไม่ได้ชอบมาก่อน .. แต่ที่ต้องยอมรับตามที่มันอ้าว
เพราะเหตุที่ว่า
 ๑ . กลัวอับอายขายหน้า
 ๒ . กลัวท้องแล้วไม่รู้จะทำอย่างไร
 ๓
. กลัวถูกทำร้าย กลัวถูกฆ่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กๆ ที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องทนทุกข์ทรมารกับที่ต้องถูกข่มขืน ถูกมัน
ทำตามใจที่มันต้องการทุกอย่าง ทั้งๆที่ตัวเองไม่เต็มใจที่จะทำให้มัน

 บางคนก็ยอมอยู่กับมัน อาจเพราะคิดว่า " ผู้หญิงถ้าเสียตัวให้ใครแล้วก็ต้องเป็นภริยาของเขา
" บอกได้เลยว่าคิดผิด "
...ผู้หญิงคิดแบบนี้ต้องเมื่อ ๓๐ หรือ ๕๐ ปีที่แล้วเข้าคิดกัน เพราะกฎหมาย
ยังไม่ครอบคลุมถึงเดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปยอมตามที่มันอ้างว่าเป็นสามี(ผัว) อีกต่อไปแล้ว

  ปัจจุบันนี้ การเรียนการสอนสมัยใหม่ ให้รู้เรื่องเพศสัมพันธ์กันมากขึ้น  จนทำให้เด็กที่เรียน
คิดอยากจะรู้และลองของจริงๆ ว่าจะเสียวแค่ไหน   กฎหมายก็ไม่มีข้อห้ามที่เด็กๆ จะลองเล่นเสียว
เพียงแต่กฎหมายพยายามคุ้มครอบไม่ให้การมีเพศสัมพันธ์ที่เกินขอบเขต ( ท้องในวัยเรียน )
เรื่องเสียวหรือเซ็กร์ ที่ทำให้ไม่ต้องเสี่ยงกับการตั้งท้องก็มีอยู่มาก บางวิธีดีกว่าร่วมเพศเสียอีกถ้ารู้วิธี
" ชิวหาพาเพลิน "
ดีกว่านกเขา ๑๐๐ เท่า

.  คนที่ถูกข่มขืน หรือถูกร่วมเพศแล้วอ้างว่าเป็น " ผัว " ควรหาทางป้องกันตัวเอาไว้บ้าง  ไม่อย่าง
นั้นสักวันถ้าไม่โดนมันแตะ   ก็ตกเป็นภริยาน้อย  แถมมันขู่จะเปิดโปงให้คนอื่นรู้ว่าเสียตัว ให้อับอาย

@@@ ก่อนอื่นต้องรู้ว่าพวกชอบข่มขืน หรือชอบทำอนาจารเด็กก่อน @@@

  พฤติกรรมชอบมนุษย์ทุกคนก็มีความต้องการทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย   ส่วนมาก
แล้วผู้ชายจะมีความต้องการทางเพศอยู่บ่อยครั้ง  เวลาที่มีอารมย์ทางเพศก็จะร่วมเพศกับคนรัก
หรือภริยา หรืออาจใช้มือทำเองหรืออาจจะไปเที่ยวอาบนวด ซึ่งสามารถที่จะทำได้ไม่ผิดกฏหมาย
บ้านเมือง (แต่อาจผิดกฏหมายภายในบ้าน)

  ปัจจุบัน ความทันสมัยต่างเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะหนังที่เกี่ยวกับการร่วมเพศ
และจะเป็นหนังแบบร่วมเพศแบบเด็กสาวๆ รุ่นๆ อายุ ๑๓- ๒๐ปี .. ผู้ชายหรือผู้หญิงที่ดูก็จะทำให้เกิด
อารมย์ที่จะร่วมเพศแบบในหนังบ้าง ก็โดยพยายามที่จะหาทางสำเร็จความใคร่ให้ได้

@ เคยถามผู้ที่ชอบร่วมเพศกับเด็กหรือข่มขืนเด็กว่าทำไมถึงชอบ ได้คำตอบว่า @

 ๑ . เด็กยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการร่วมเพศ จึงหลอกได้ง่าย
 ๒ . เด็กมักจะกลัวผู้ใหญ่ จึงยอมให้ทำเพื่ออยากรู้ หรืออยากลองดู หรือเพราะความกลัว
 ๓ . เด็กมีแต่ความเต่งตึง จับนมแล้วแข็งเป็นไต ดูดนมเด็กหรือเลียจิ๋มแล้วมีความสุข (ไม่ยาน
       เหมือนเมียตัวเอง)

 ๔ . ให้เด็กอมนกเขาเด็กอมให้ และสามารถสำเร็จความใคร่ในปากเด็กโดยไม่ต้องเอาออกจากปาก
 ๕ . เวลาร่วมเพศครั้งแรก เด็กจะร้องมากจะทำให้มีความสุขที่เห็นเด็กร้อง
 ๖ . เวลาร่วมเพศกับเด็ก สามารถเล่นได้หลายท่าเท่าที่ต้องการ และร่วมเพศได้หลายครั้ง
 ๗ . ที่สำคัญเด็กมักจะไม่พูดถ้าข่มขู่เอาไว้และให้เงินเด็กวันหน้ายังจะได้ร่วมเพศได้อีก  
       และพอหลังจากครั้งแรก......เมื่อเด็กไม่เจ็บแล้วเด็กก็จะยอม ให้ร่วมเพศด้วยโดยไม่ขัดขืน
 ๘ . ถ้าเป็นเด็กเล็กมากๆ เมื่อร่วมเพศตามต้องการแล้ว หรือเด็กขัดขืนก็จะทุบตีก็จะทำให้เกิด
      อารมย์ร่วมเพศมากขึ้น
 ๙ . ถ้าเด็กไม่ยอมก็อาจจะทำแบบรุนแรง
 ๑๐ เมื่อเสร็จแล้วครั้งแรกถ้าขู่เด็กแล้วไม่กลัว หรือคิดว่าตัวเองจะมีความผิดก็จะฆ่าเสียเลย

  เรื่องคำว่า " อนาจาร " ในภาษากฏหมายหมายความว่า
 ๑ . เอาขอลับของชายหรือหญิง ไปถูไถทุกส่วนของร่ายกาย
 ๒ . ให้อมนกเขา หรือใช้ลิ้นที่จิ๋ม หรือใช้มือช่วยทำให้
 ๓ . ร่วมเพศทางทวารหนัก (ก้น)

  เมื่อรู้ว่าพวกนี้มันชอบทำจะร่วมเพศแบบไหนแล้วก็มารู้ต้องไปว่าจะป้องกันได้อย่างไร เพื่อไม่ให้
โดนแบบตามตัวอย่าง   โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัดที่อายุ ๘ ปีถึง ๑๕ ปี มักจะถูกล่วงละเมิดทางเพศ
จาก ญาติพี่น้อง  เพื่อนๆ  คร  เจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุเพราะไม่รู้เรื่องหรือไม่ทันข่าวสาร และไม่ได้มี
การสอน เรื่องนี้ในโรงเรียน

ที่นี้เด็กๆ ควรระวังและป้องกัน
หรือถ้าอยู่ในสถานะการณ์ ที่ไม่อาจหนี้ได้จะทำอย่างไร

๑ . อย่าอยู่กับผู้ชายสองต่อสองในบ้าน ห้องเรียน บ้านเพื่อน ในที่ๆ ลับหูลับตาคน ไม่ว่าจะเป็นใคร
      ทั้งสิ้น
๒ . ถ้าเพื่อนหรือแฟนชวนไปเที่ยวที่เปลี่ยวๆ หรือไปแล้วเห็นมีเพื่อนผู้ชายหลายคน และถ้าพวกเขา
      กินเหล้าด้วยแล้ว ให้หาทางหรือใช้วิธีหลอกล่อให้ออกมาจากที่นั่น
๓ . อย่าเดินคนเดียวในทางที่เปลี่ยวไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน
๔ . ถ้าครูผู้ชายเรียกให้ไปพบสองต่อสอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม อย่าไปเด็ดขาด หรือครูผู้ชาย
       บอกให้ช่วยถือของไปให้ที่ห้องพักหรือบ้านพัก..อย่าทำเด็ดขาด ต้องมีเพื่อนไปกับเราด้วยอย่าง
       น้อย อีก ๒ - ๓ คน
๕ . อย่าไปกู้เงินรายวัน หรือของผ่อนอื่นๆ เด็ดขาด เพราะพวกนี้ถ้าไม่ได้เงินก็จะดักรอที่บ้านหรือ
      ก่อนถึงโรงเรียนเพื่อข่มขู่จะเอาเงิน ถ้าไม่ได้ก็จะพาไปร่วมเพศด้วย
๖ . ถ้ามีใครอ้างตัวว่าเป็นตำรวจ หรือสารวัตรนักเรียน บอกว่า " หนีเรียน หรือ ทำผิดกฏหมาย
    " ไม่ว่าหนูจะทำผิดจริงๆ หรือไม่ได้ทำก็ตาม ... อย่าไปกับพวกเขาเด็ดขาด
๗ . ใครให้เงินหรือให้ของที่อยากได้ หรือบอกว่าขอความช่วยเหลือด่วนๆ อย่าช่วยเด็ดขาด

  ถ้าอยู่ในสถานะการณ์ที่รู้ว่าไม่อาจจะหนีได้ต้องโดนร่วมเพศแน่ๆ มาดูกันว่าถ้าถูกพวกนี้เข้ามายุ่ง
เกี่ยวกับตัวเรา จะหาทางแก้ไขทางกฎหมายได้อย่างไร

 ๑ . วิ่งให้เร็วที่สุด และร้องให้คนช่วย
 ๒ . ถ้าถูกเขาจับได้พยายามป้องกันตัวเท่าที่จะทำใด้ เพื่อไม่ให้มันบ้ามากขึ้น ซึ่งมันอาจจะทำร้ายถึง
       ตายได้
 ๓ . เมื่อมันจับหนูแก้ผ้าได้แล้วก็นอนเฉยๆ ให้มันทำตามใจชอบของมัน
 ๔ . ถ้ามันจูบโดยเอาลิ้นเข้ามาในปากเรา .. ให้เราก็กัดให้สุดแรงเกิดจบลิ้นของมันขาดติดปากเรา
       และออกวิ่งหนีทันที ( ไม่ต้องห่วงเสื้อผ้า แม้ตามตัวไม่มีเสื้อผ้า )
 ๕ . ถ้ามันให้อมนกเขาของมัน ก็อมให้มันตามที่มันต้องการ แต่ในขณะที่มันเพลินๆอยู่ ให้เอามือมา
       ลูบบริเวณไข่ของมันใต้นกเขา ตั้งสติให้ดีๆ พอมันไม่ระวังตัว ก็บีบไข่ของมันให้เต็มแรงเกิด
       และกัดนกเขาของมันให้ขาด
    ถ้าทำได้แล้วออกวิ่งหนีทันทีไม่ต้องห่วงเสื้อผ้า
 ๖ . ถ้ามันไม่ให้อมหรือจูบปากเรา  มันต้องการที่จะเอาจิ๋มก็ตามใจมัน เมื่อมันเอาเสร็จแล้ว ก็ยิ้มให้
      กับมันและถ้ามันจะเอาอีกก็ตามใจมัน แล้วถามมันว่า " (พี่ขา) หรือ (น้าขา) หนูจะท้องไหนค่ะ
      ถ้าหนูท้องหนูต้องอายเพื่อนๆ พ่อแม่หนูรู้หนูต้องตายแน่ๆ (พี่ขา) หรือ (น้าขา) ต้องช่วยหนูด้วยนะ
      นะค่ะ
"  พยานใช้คำพูดนี้บ่อยๆ   เดี๋ยวมันก็จะบอกว่าไม่ท้องหลอกป้องกันได้ หรือมันอาจบอกว่า
      ซื้อคุมกินก็ไม่ท้องแล้ว   ซึ่งขณะนี้มันจะคิดว่า หนูคงกลัวท้องมากกว่า แต่ไม่กลัวที่โดนร่วมเพศ
      ซึ่งมันอาจจะร่วมเพศกับหนูหลายครั้ง หนูพยายามยิ้มเอาไว้เวลาที่มันร่วมเพศ (แต่ถ้ามันจูบและ
      ให้อมก็ทำตามข้อ ๔ หรือข้อ ๕ จะดีมาก ) ที่แนะนำแบบนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มันฆ่าหลังจากร่วม
      เพศเสร็จ

 ๗ . ถ้ามันมีกันหลายคน ก็ใช้วิธีตามข้อ ๖   อย่าใช้ข้อ ๔ และข้อ ๕ จะไม่ได้ผล
 ๘ . ที่สำคัญที่สุดจงตั้งสติให้ได้ พยานที่จะต้องจำใบหน้า เสื้อผ้า หรือรอยแผลเป็นที่ตัวมัน หรืออื่นๆ
      ที่พอจะบอกลักษณะของมันได้บ้างจะดีที่สุด หลังจากที่มันข่มขืนเสร็จหรือหนีได้ก็รอดตายแล้ว
      ให้รีบกลับบ้านไปเล่าให้พ่อแม่ฟังเท่าที่จำได้

  หลังจากรอดมาแล้วควรทำอย่างไร

 ๑ . บอกผู้ใหญ่ให้รับรู้  ( ผู้ใหญ่ที่รับฟังก็ควรตั้งสติให้ดีๆ อย่าใช้อารมย์ สอบถามรายละเอียด )
 ๒ . พยายามนึกถึงสถานที่ๆ   รูปร่างหน้า  จุดสังเกต   ชื่อ   และที่พอจะนึกได้
 ๓ . ไปหาตำรวจที่อยู่ในท้องที่ถูกข่มขืน   จดชื่อตำรวจร้อยเวรที่รับแจ้ง  และขอให้ไปตรวจสถานที่
       เกิดเหตุจะได้ตรวจเก็บหลักฐานจากที่เกิดเหตุ เพื่อเอาผิดกับผู้ข่มขืน เช่น ร่องรอย  คราบอสุจิ
       เสื้อผ้า  อุปกรณ์   ที่ใช้    ถ้าจำหน้าได้และเป็นคนแถวนั้นก็ชี้ให้ตำรวจจับได้เลย
 ๔ . ถ้าผู้ถูกข่มขืนอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ในการสอบสวนของตำรวจร้อยเวรจะต้องปฏิบัติ ปวิอ ๑๓๓ ทวิ
       ดังนี้
   ก . จะต้องมีผู้รวมฟังการสอบสวนด้วยคือ . ผู้ปกครอง หรือผู้มีอำนาจปกครอง หรือบุคคลอื่นตามที่
        ผู้เสียหายร้องขอให้มีไม่ว่าจะเป็นทนายความ หรือญาติคนอื่นๆ
   ข . อัยการ นักจิตวิทยา หรือสังคมสงเคราะห์ ( ต้องมีตามกฏหมาย )
   ค . ตำรวจต้องส่งผู้เสียหายไปตรวจหาร่องรอยการข่มขืน เช่น คราบอสุจิ  บาดแผล
   ง . ในการสอบปากคำผู้เสียหายทุกครั้งต้องมีบุคคลตามข้อ ก ข ค ทุกครั้ง จะสอบสวนเองในห้อง
        ตัวต่อตัวผู้เสียหายไม่ได้   ถ้าเป็นไปได้ควรขอให้มีนายตำรวจที่เป็นตำรวจหญิงทำการสอบ
        จะดีที่สุด
   จ . หลังจากที่มีการสอบปากคำผู้เสียหายเสร็จ ถ้าร้องเวรเอาบันทึกการสอบปากคำให้ผู้เสียหาย
        ลงชื่อผู้ปกครองควรจะต้องอ่านดูให้ละเอียดว่า . ตำรวจลงข้อความครบถ้วนตามที่ผู้เสียหายบอก
        หรือไม่ก่อน   ถ้าเห็นว่ายังไม่ถูกต้อง ก็บอกให้ตำรวจผู้สอบลงให้ถูกต้อง .. ถ้าตำรวจไม่ทำก็อย่า
        ลงชื่อเด็ดขาด  และควรบอกผู้ที่ร่วมฟังให้รับรู้ทุกคน ถ้าผู้ที่เข้ารวมฟังยังไม่ทักท้วงให้ตำรวจ
        ลงข้อความ ตามที่เป็นจริง   ก็ควรไปร้องกับหัวหน้าสถานีตำรวจทันที
 ๕ . ต่อมาถ้ามีญาติของผู้ต้องหามาพบ เพื่อขอเจรจาจ่ายค่าเสียหาย ..ควรป้องกันการถูกหลอกเพื่อ
       ให้มีผลเสียหายต่อรูปคดีควรปฏิบัติดังนี้
   ก . ให้มีผู้ที่รู้กฏหมาย หรือทนายความ ร่วมอยู่ด้วย
   ข . จดชื่อ นามสกุล ผู้มาเจรจาทุกคน ถ้าขอดูบัตรได้จะดีที่สุด
   ค . นายตำรวจเจ้าของคดีเรียกไปหา ให้พาบุคคลตามข้อ ก ไปด้วย   ถ้านายตำรวจเป็นผู้เจารจา
         แทนผู้ต้องหา หรือญาติผู้ต้องหา ในลักษณที่ให้ยอมความกันและให้ผู้เสียหายเสียเปรียบด้วย
         แสดงได้ว่าตำรวจผู้นั้นมีพฤติกรรมที่เข้าข้างผู้ต้องหา หรือรับอาสามาเจรจาแทนเพื่อช่วยผู้ต้อง
         ควรร้องขอให้เปลี่ยนตัวนายเจ้าของคดีทันที  เพื่อไม่ให้เสียหายทางคดี

 ข้อสำคัญของทางแก้นี้ ต้องทำให้มีหลักฐาน พอที่จะเอาความผิดทางคดีได้ .. เพราะถ้ามันคิดว่าไม่มี
หลักฐานอะไรที่จะเอาความผิดได้ .. มันก็จะยิ่งได้ใจมากขึ้น อาจถึงขนาดทำร้ายเอาได้

ถ้ามีการเจรจาต่อรองเพื่อขอใช้เงินควรพิจารณาอย่างไร

 สิ่งที่ควรรู้ไว้ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือญาติของผู้ต้องจะมาต่อรองเพื่อไม่ให้ผู้เสียหายเอาเรื่อง ซึ่งอาจ
จะมีเล่ห์กลแฝงอยู่    เพื่อให้เสียเงินน้อยที่สุด และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทางคดี

 ๑ . ผู้เสียหายสามารถที่จะเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย โดยฟ้องในคดีแพ่ง (ละเมิด )
 ๒ . ถ้ามีผู้มาเจรจาโดยเสนอว่า " จะรับผิดชอบเลียงดูผู้เสียหาย หรือแต่งงานกับผู้เสียหาย
       " ผู้เสียหายหรือพ่อแม่ ควรพิจารณา
  ก . ถ้าผู้เสียหายยังเรียนหนังสืออยู่ ก็ไม่ควรที่จะตกลงด้วย เพราะจะทำให้เด็กเสียอนาคตทาง
       การศึกษา
  ข . ถ้าพวกผู้ต้องหาร้องต่อศาลขอให้ศาลมีคำสั่งให้แต่งงาน (สมรส) ท่านก็สามารถจะปฏิเสธได้
  ค . ถ้ามีข่มขู่ ก็ไม่ควรกลัว ควรมีพยานมารับรู้ และนำคำที่ถูกข่มขู่ไปแจ้งตำรวจพร้อมพยานด้วย
   ง . ครั้งที่มีการมาเจรจาที่บ้านผู้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรให้ตามเพื่อนบ้านมาอยู่เป็นพยาน
        ทุกครั้ง

 ๓ . ในกรณีตามข้อ ๒ เป็นชั้นเชิงทางกฎหมายและเล่ห์กลที่จะเอาเปรียบผู้เสียหาย  เพราะถ้ายอม
       ตามที่พวกนี้เสนอ เด็กหรือผู้เสียหายจะพบเคราะห์กรรมจะเกิดขึ้น คือ
 - ไม่มีโอกาสได้เล่าเรียน
 - อาจถูกญาติฝ่าย ตั้งข้อรังเกียรติ ว่าเป็นตัวปัญหา
 - โดนถูกทำร้าย ภายหลังจากได้แต่งงานกันแล้ว
 - สุดท้ายก็ต้องเลิกกันไป..เพราะฝ่ายชายไม่ต้องติดคุกแล้ว
 ๔ . ควรเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินตามที่เห็นสมควร ซึงก็สามารถที่จะเรียกร้องเท่าไรก็ได้
      เพราะญาติผู้ต้องหากลัวว่าถ้าผู้เสียหายไม่ยอม ผู้ต้องหาก็ต้องติดคุกแน่ๆ จะไปวิ่งเต้นกับตำรวจ
      ก็อาจไม่ได้ผล
 ๕ . ในการเจรจา ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของเรื่อง เป็นผู้เจรจาให้ หรือพูดในทำนองว่า " ผู้เสียหาย
       ก็ยินยอมให้ผู้ต้องหาร่วมเพศด้วยอยู่แล้ว ฟ้องศาล ศาลก็ยกฟ้องอยู่แล้ว หรือถ้าติดคุกก็ติดไม่
       กี่ปีก็ออก " จงรู้เอาไว้ว่าตำรวจผู้นั้นมีการช่วยเหลือผู้ต้องหา "  ท่านต้องระวังให้มากเพราะจะ
       ทำให้สำนวนที่จะฟ้องผู้ต้องหาอ่อน เรียกง่ายๆ ว่า " วิ่งล้มคดี " .. และถือว่าตำรวจผู้นั้นปฏิบัติ
       หน้าที่โดย มิชอบอาจติดคุก
ด้วย
 ๖ . ถ้าโดนข่มขู่และท่านกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับตัวเองหรือตัวผู้เสียหาย ก็ให้แจ้งความตำรวจให้
      ดำเนินคดีร้องขอต่อศาลเพื่อคุ้มครองวิธีเพื่อความปลอดภัย หรือห้ามบุคคลดังกล่าวเข้ามาในเขต
      ที่จำกัดเอาไว้

  " คำเตื่อน "   พ่อแม่หรือผู้ปกครองผู้เสียหาย   ไม่ควรเห็นแก่เงินที่จะได้จากการให้ผู้เสียหาย
แต่งงาน   ควรมองถึงอนาคตการศึกษาของผู้เสียหายมากกว่า .. ส่วนเงินค่าเสียหายนั้นถึงอย่างไร
พวกญาติผู้ต้องหาก็ต้องจ่าย ..หรือยอมจ่ายให้อยู่แล้วเพื่อยอมความทางคดี.. หรือฟ้องเรียกเอาได้
อยู่แล้ว  อย่าไปหลงเชื่อคำหวานๆ ที่มีเล่ห์กลซ่อนเร้นอยู่ ลูกหลานท่านจะเสียโอกาสและอนาคตที่ดีไป

  แต่ก็ยังมีผู้เสียหายบางคนไม่กล้าที่จะเอาเรื่อง และก็ถูกบังคับข่มขืนมาตลอด ยังมีอีกหลายคนที่
ตกอยู่ในมุมมืด  ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  ทุกวันต้องทุกข์ทรมาร ต้องยอมให้พวกมันทำทุกอย่างที่มัน
ต้องการ บ้างครั้งถึงขนาดท้อง   ที่ไม่กล้าเอาเรื่องคงเพราะกลัว หรือเพราะกลัวพ่อแม่จะได้รับความ
อับอาย หรืออายเพื่อนๆ  หรือถูกข่มขู่เอาชีวิต

  ทางแก้ไม่ยาก  เล่าเรื่องให้ผู้อื่นหรือทนายความ ไปติดต่อพวกนี้และทำหลักฐานเอาไว้   ถ้าพวก
นี้ยังมารังควานอีก หรือข่มขู่อีกก็สารมาถที่จะเอาเรื่องได้เลย .. โดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อพวกนี้โดนถูก
ขู่กลับไปบ้างก็มักจะกลัวและไม่กล้าที่จะจะยุ่งกับผู้เสียหายอีก เพราะกลัวจะติดคุก  แต่ถ้ามันไม่กลัว
และกลับมารังควานอีกก็สมควรที่จะเอามันเข้าคุก .. และเรียกค่าเสียหายจากพ่อแม่ของมันด้วยหรือ
เอาพ่อแม่แม่มันเข้าคุกด้วย

   ที่สำคัญที่สุด ถ้าท้องขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไร ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่มาก เมื่อท้องขึ้นมาแล้วก็คง
ต้องเอาออกและการเอาออกก็ต้องเสียเงินมากตั้งแต่ ๓,๐๐๐ - ๕,๐๐๐ บาท ( ยิ่งเดี๋ยวนี้ ๕,๐๐๐ บาท
ขึ้นไป )
เพราะการทำแท้งเป็นสิ่งผิดกฎหมาย .. แต่ก็มีการทำแท้งที่ถูกกฎหมายและเสียเงินน้อยด้วย
และยังมีการทำแท้งที่แบบลับๆ ไม่ต้องอายใคร ( อาจไม่ต้องเสียเงินเป็นพันๆ )

  ถูกข่มขู่    กลัวอิทธิพล  กลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม   ทำอย่างไร    สิ่งนี้ย่อมเกิดกับทุกคนที่ถูก
ข่มขืน หรือถูกอนาจาร ... ข้อแนะนำที่ดีที่สุดก็คือควรบอกผู้ใหญ่ หรือขอความช่วยเหลือจาก ผู้รู้กฏ
หมาย , ทนาย , สภาทนาย , สำนักงานอัยการ , มูลนิธิคุ้มครองเด็กและสตรีต่างๆ

   ถ้ากลัวอับอายหรือไม่กล้าที่จะให้ใครๆ รู้ หรือต้องการความช่วยเหลือ ส่งเมล์มาจะแนะนำให้

  ยินดีให้คำปรึกษากับทุกคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เขียนข้อความได้ที่นี่ >>>


 
รวมผู้เข้าเว็บ

FastCounter by bCentral